ริม โพลีเมอร์ จากภูมิภาคสู่การครอบครองทั่วโลก


การได้ตั้งรากฐานเดิมในเอเชียแปซิฟิกแล้วนั้นอุตสากรรมของ ริม โพลีเมอร์ จึงได้ตัดสินใจที่จะขยายไปทั่วโลก ซินยุ่น ค้นพบวิธีการก้าวไปข้างหน้าด้วยการวางแผนเพื่ออนาคตและกำหนดตลาดเป้าหมายเช่น อเมริกา และ แม็กซิโก

การตั้งอยู่ในสวนอุตสาหกรรม Henderson ซึ่งเปรียบเสมือนบ้านขนาดใหญ่และมีบริษัทเล็กๆอยู่ในนั้น นั่นคือสำนักงานของอุตสาหกรรมริมโพลีเมอร์นั่นเอง ธุรกิจที่เกิดขึ้นในบ้านอาจจะไม่มีชื่อเสียงในครอบครัว แต่ในความเป็นจริงแล้วคือผู้เชี่ยวชาญการแก้ปัญหาโพลียูรีเทนระดับโลก เครื่องโพลียูรีเทนถูกออกแบบและผลิตเช่นเดียวกันกับโรงงานผลิตทั้งหมดเพื่อธุรกิจในการสร้างผลิตภัณฑ์ที่กำหนดเอง ซึ่งมักใช้สำหรับการตกแต่งชิ้นส่วนยานยนต์อย่างเช่น พวงมาลัยรถยนต์ และตู้เย็น, ตู้แช่แข็งและการติดตั้งห้องเย็น เป็นต้น.

ธุรกิจได้รับการพัฒนาเครื่องโพลียูรีเทนของตัวเองตั้งแต่ปี 2543 และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาได้ตั้งฐานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 2-3 ปีผ่านไปได้ตัดสินใจที่จะฝากผลงานของตัวเองให้ไกลออกไป ดังนั้นในปี 2555 ได้เริ่มปรึกษาหารือกันเรื่องธุรกิจกับ รัฐบาลของสิงคโปร์(IE Singapore) เกี่ยวกับการขยายสาขาของบริษัทในเอเชียซึ่งเป็นหนึ่งในสามของตลาดโพลียูรีเทนทั่วโลก และกลุ่มเป้าหมายต่อไปคืออเมริกาและยุโรปนั่นเอง

รองประธานกรรมการผู้บริหาร นาย โอย ฮั่น จิง ได้กล่าวไว้ว่า “พวกเขาได้เชิญเราในการเดินทางเพื่อปฏิบัติหน้าที่ และเราได้ใช้เวลาเก็บรวบรวมข้อมูลร่วมกัน หนึ่งปีหลังจากนั้น เรามาระดมความคิดและแผนแม่บท” จากการประชุมระดม
ความคิดเหล่านี้ริมโพลีเมอร์ได้ระบุว่า อเมริกาคือตลาดเป้าหมายที่จะเติบโตต่อไป และพัฒนาด้วยแผนโลกาภิวัตน์ 5 ปีหลังจากได้ศึกษาตลาด

“คู่แข่งของเราคือประเทศเยอรมัน ดังนั้นการที่จะต่อสู้ในยุโรปจึงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก เมื่อยุโรปอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ดี เราจึงได้ตัดสินใจแต่ไม่ได้เป็นเรื่องสำคัญมากนัก อเมริกาเป็นพื้นที่ใหม่สำหรับเราแต่ด้วยคู่แข่งดังนั้นเราควรยืนบนโอกาสที่ดีกว่า”

ด้วยการสนับสนุนของรัฐบาลสิงคโปร์ในปี 2556 บริษัทเริ่มต้นการตลาดและออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการในภูมิภาค “เราประสบความสำเร็จโดยขายโรงผลิตโพลียูรีเทน 10 โรงในอเมริกา มันเป็นเรื่องดีที่เรามีความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบ” นายโอย ฮั่น จิง กล่าว เหล่านี้รวมถึงโรงผลิตสำหรับการทำชิ้นส่วนเพื่อบริษัทยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ และอุตสาหกรรมแช่แข็งเป็นต้น

การมีรากฐานที่มั่นคงในตลาดใหม่ให้ริมโพลีเมอร์ ซึ่งมีคน 25 คนในสิงคโปร์และมากกว่า 50 คนในประเทศอื่นๆซึ่งรวมจีนและเกาหลีใต้ ความเชื่อมั่นที่จะเข้าสู่แม็กซิโกและบราซิลในปีที่ผ่านมา นายวี ฮั่น จิง ได้กล่าวไว้ว่า “ธุรกิจในแม็กซิโกไม่ได้เลวร้าย และเรากำลังเข้าสู่การขยายตลาด บริษัทอเมริกาจำนวนมากกำลังยกระดับโรงผลิตบางส่วนเพื่อต้นทุนที่ต่ำกว่าและเพื่อสิทธิพิเศษในการส่งออก”

นายโอย ฮั่น จิง ตั้งข้อสังเกตว่า แม้ว่าเศรษฐกิจของบราซิลจะมีส่วนช่วยน้อยมากในการจัดตั้งบริษัทตัวแทนและเราก็ได้ค้นพบพันธมิตรตัวแทนจำหน่ายที่นั่นในที่สุด “แม้บางครั้งจะเลวร้ายบ้างในเรื่องของการสร้างตลาด แต่ในความเลวร้ายนั้นผู้คนมักจะมีเวลามากขึ้นที่จะรับฟังคุณ” นายโอย ฮั่น จิง มองในแง่ดีเกี่ยวกับการเติบโตของริมโพลีเมอร์ในบราซิล ในขณะที่เขาคาดว่าตลาดจะฟื้นตัวบ้างในปีหน้า “และเราควรจะยืนอยู่บนโอกาสที่ดีในตลาดนั้น”

“และนี่ก็เป็นส่วนหนึ่งในแผนงานของเราเพื่อก้าวเข้าไปในเฟส 2 ด้วยรัฐบาลสิงคโปร์ สำนักงานในเซาเปาโลและแม็กซิโกให้การสนับสนุนเราอย่างมากมาย และสำนักงานในนิวยอร์คได้ให้ความช่วยเหลือเรามากเช่นกันในอเมริกา”

นอกจากอุตสาหกรรมยานยนต์แล้ว ริม โพลีเมอร์ยังได้ให้ความสนใจอื่นๆ ในอุตสาหกรรมห่วงโซ่ความเย็น ซึ่งหมายถึงเครือข่ายในการเก็บรักษาความเย็น ซึ่งรวมถึงรถบรรทุกตู้เย็นและตู้เย็นสำหรับซุปเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการเก็บรักษาสิ่งต่างๆ เช่นวัคซีน หรืออาหารที่ต้องเก็บไว้ในอุณหภูมิต่ำ

บริษัทได้ระบุว่า อเมริกาเป็นตลาดที่มีแนวโน้มที่ดี และเป็นการวางแผนเพื่อเข้าตลาดด้วยโรงผลิตไซโคลเพนเทนด้วยสิทธิบัตรเครื่องพรีมิกซ์และอุปกรณ์ ไซโคลเพนเทนเป็นน้ำยาช่วยขยายตัวประเภทหนึ่งซึ่งเป็นมิตรต่อโอโซนซึ่งถูกนำไปใช้เมื่อมีการสร้างฉนวนกันความร้อนด้วยโฟมในตู้เย็น

นายโอย ฮั่น จิง ยังได้บอกไว้อีกว่า สหรัฐฯมีการต่อต้านการใช้สารวัตถุระเบิดสูงในทศวรรษที่ผ่านมา แต่เมื่อเร็วๆ นี้ได้มีการเปลี่ยนแปลงและปรับเปลี่ยน “ผมยืนอยู่บนโอกาสที่ดีกว่าคู่แข่งอย่างประเทศเยอรมันเพียงเพราะว่าอุปกรณ์ต่างๆ ของผมนั้นค่อนข้างถูกกว่าเพราะว่าผลิตในเอเชีย”

 

คัดมาจากบทความที่ตีพิมพ์เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2559 หนังสือพิมพ์ The Straits Times by YASMINE YAHYA